เล่นบอลออนไลน์ มันหยด! เรือสู้สุดใจรัวดับโมนาโกสนุก 5-3

เล่นบอลออนไลน์

เรือใบสีฟ้าพลิกสถานการณ์จากที่โดนนำถึงสองครั้ง กลับมาเป็นฝ่ายชนะทีมจากลีกเอิงแบบสุดมัน กุมความได้เปรียบในถ้วยบิ๊กเอียร์รอบ 16 ทีมนัดแรก

เล่นบอลออนไลน์ เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือเจ้าบ้าน กลับมาใช้บรรดาตัวหลักที่ไม่ได้เล่นในเกมเอฟเอคัพเมื่อวันเสาร์ที่บุกเสมอฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ 0-0 อย่าง วิลลี กาบาเยโร, ดาบิด ซิลบา, ยาย่า ตูเร และ ราฮีม สเตอร์ลิง ลงสนามเป็น 11 คนแรกอีกครั้ง

ด้านทีมเยือนของ เลโอนาร์โด้ ชาร์ดิม ซึ่งนำเป็นจ่าฝูงลีกเอิงอยู่ในเวลานี้ เลือกจัดชุดที่ดีที่สุดลงสู้ศึกแบบเต็มอัตราศึก นำโดยสองคู่กองหน้าต่างวัยอย่าง ราดาเมล ฟัลเกา กัปตันทีมจอมเก๋า ซึ่งจับคู่ล่าตาข่ายกับดาวรุ่งอย่าง คีเลียน เอ็มบัปเป้

เริ่มเกมมาทั้งสองทีมผลัดกันทำเกมรุกเข้าใส่กันอย่างสนุก ก่อนจะเป็นฝั่งของซิตี้ที่สามารถพังประตูขึ้นนำได้สำเร็จ ในนาทีที่ 26 จากจังหวะที่ ซิลวา ไหลบอลเข้าริมกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายให้ เลรอย ซาเน ตบเข้ากลางต่อให้ สเตอร์ลิง ชาร์จจ่อๆไม่เหลือซาก ส่งให้เรือใบสีฟ้าออกนำ 1-0

แต่ถัดมานาทีที่ 32 โมนาโกก็จัดการตามตีเสมอได้แบบทันควัน จากจังหวะที่ ฟาบินโญ ครอสบอลจากกราบขวาเข้าเขตโทษให้ ฟัลเกา พุ่งโหม่งตุงตาข่ายอย่างเด็ดขาด ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากันอีกครั้งที่ 1-1

จากนั้นนาทีที่ 53 มีจังหวะกังขาเกิดขึ้น เมื่อเจ้าบ้านชวดได้จุดโทษอย่างน่าเสียดาย จากจังหวะที่ เซร์คิโอ อเกวโร โดน ดานิเยล ซูบาซิช เจตนาล้มตัวสกัดขาจนล้มลงไปแบบชัดเจน แต่ผู้ตัดสินกลับให้ใบเหลืองแก่ เอล อุน ในข้อหาพุ่งล้มเสียอย่างนั้น

เมื่อรอดพ้นจากการเสียจุดโทษ ก็ทำให้โมนาโกได้ใจมายิงแซงนำได้บ้าง ในนาทีที่ 40 จากจังหวะที่ ฟาบินโญ วางบอลยาวจากกลางสนามให้ เอ็มบัปเป้ หลุดเดี่ยวไปอัดด้วยขวาเข้าไป ช่วยให้ทีมจากลีกเอิงพลิกขึ้นนำ 2-1 และจบ 45 นาทีแรกไปด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังเริ่มเพียงแค่ 5 นาทีเท่านั้น ทีมเยือนที่มาได้จุดโทษ จากจังหวะที่ ฟัลเกา โดน นิโคลัส โอตาเมนดี้ เสียสกัดจากด้านหลัง แต่ เอล ติเกร กลับลุกขึ้นมาสังหารด้วยตัวเองไปติดเซฟของ กาบาเยโร ที่พุ่งถูกทางล้มตัวคว้าบอลทางซ้ายมือตัวเองแบบติดหนึบ

จากการรอดพ้นไม่เสียประตูที่สามเพิ่มอีก ทำให้ซิตี้มีความหวังมากขึ้น จนกระทั่งนาทีที่ 58 ก็สามารถตามตีเสมอได้บ้าง จากจังหวะที่ สเตอร์ลิง ไหลบอลทางกราบขวาทะลุช่องเข้าเขตโทษให้ อเกวโร หลุดไปซัดด้วยขวาแฉลบมือของ ซูบาซิช ที่หมายจะรับลูกแต่ดันปล่อยให้พลาดซองแตกเข้าไป ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากันอีกครั้งที่ 2-2

อย่างไรก็ตาม โมนาโกก็ทำประตูขึ้นนำอีกครั้งจนได้ ในนาทีที่ 61 จากจังหวะที่ โธมัส เลอมาร์ วางบอลยาวจากกลางสนามให้ ฟัลเกา ล็อคหลบและเบียดเอาชนะตัวประกบอย่าง จอห์น สโตนส์ มาได้ ก่อนจะโชว์ทักษะงัดบอลข้ามหัว กาบาเยโร เข้าไปแบบเหนือชั้น ส่งให้ทีมเยือนบุกนำอีกรอบ 3-2

แต่ซิตี้ยังสู้สุดใจ มาตามตีเสมอได้อีกหน ในนาทีที่ 71 จากลูกเตะมุมฝั่งขวาที่ ซิลบา เปิดลึกไปเสาไกลเข้าเท้าขวาของ อเกวโร หวดด้วยขวาตามน้ำแบบไม่จับตุงตาข้่ายอย่างเด็ดขาด ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากันอีกครั้งที่ 3-3

เมื่อสามารถตีเสมอได้ถึงสองครั้ง ทำให้โมเมนตัมเริ่มเบนมาฝั่งของซิตี้ จนกระทั่งนาทีที่ 77 ก็จัดการพลิกขึ้นนำได้บ้าง จากลูกเตะมุมฝั่งซ้ายที่ เควิน เดอ บรอยน์ เปิดให้ ตูเร โหม่งเช็ดไปเสาไกลให้ สโตนส์ แหย่เท้าขวาจิ้มบอลระยะเผาขนเข้าไป ช่วยให้เรือใบสีฟ้าแซงนำ 4-3

หลังจากขึ้นนำได้ เกมรุกของเจ้าบ้านยิ่งเข้าฝักสุดๆ เมื่อมาบวกลูกห้าเพิ่มอีก ในนาทีที่ 82 จากจังหวะที่ ซิลบา งัดบอลเข้าเขตโทษให้ อเกวโร โชว์ความใจกว้างเลือกเลือกที่จะจิ้มถวายพานต่อให้ ซาเน ยิงโล่งๆอย่างง่ายดาย ส่งให้ตัวแทนจากพรีเมียร์ลีกอังกฤษหนีห่างเป็น 5-3

สุดท้ายไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่มเติมอีก ทำให้จบเกมเป็นแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่เอาชนะไปได้แบบสนุกสุดมัน 5-3 กุมความได้เปรียบก่อนที่นัดสองจะโยกไปเตะที่สต๊าด หลุยส์ เดอซ์ รังเหย้าของโมนาโกบ้าง คืนวันพุธที่ 15 มีนาคมนี้