สมัครสมาชิก SBOBET เก็บ 9 แต้มเต็ม ! เรือใบ เปิดรังเฉือน นาโปลี หวิว 2-1

สมัครสมาชิก SBOBET

รายการ: ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2017/18, รอบแบ่งกลุ่ม, กลุ่ม เอฟ, นัด 3

สมัครสมาชิก SBOBET วัน และ เวลาทำการแข่งขัน: วันอังคารที่ 17 ตุลาคม 2560
ผลการแข่งขัน: แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (อังกฤษ) 2-1 นาโปลี (อิตาลี)
สนาม: เอติฮัด
เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงรักษาสถิติชนะ 100 เปอร์เซ็นต์ในรอบแบ่งกลุ่มของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ต่อไป หลังเปิดบ้านเฉือน นาโปลี จาก อิตาลี 2-1

เริ่มต้นมาเพียงแค่ 9 นาที เจ้าบ้าน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ได้ประตูออกนำเร็วเลย จากจังหวะที่ เลรอย ซาเน่ จ่ายให้กับ ดาบิด ซิลบา ก่อนที่จะเปิดบอลตัดหลังจากริมเส้นฝั่งซ้ายเข้ามาในกรอบเขตโทษ แต่ ไคล์ วอล์คเกอร์ ยิงไปติด บอลมาเข้าทาง ราฮีม สเตอร์ลิง ยิงจ่อ ๆ เข้าไป ช่วยให้ทีมออกนำก่อน 1-0

FBL-EUR-C1-MAN CITY-NAPOLI
สเตอร์ลิง ยิงให้เรือใบออกนำ 1-0 [Getty]

ซิตี้ ยังคงเดินหน้าบุกต่อเนื่อง โดยนาทีที่ 13 พวกเขาได้ประตูออกนำ 2-0 จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรอยน์ เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้ามาในกรอบเขตโทษ ก่อนที่ กาเบรียล เชซุส จะแปจ่อ ๆ เข้าไปอย่างง่ายดาย

Manchester City v SSC Napoli – UEFA Champions League
เชซุส ซัดประตูให้ ซิตี้ ออกนำ 2-0 [Getty]

ผ่านมานาทีที่ 23 แมนฯ ซิตี้ เกือบได้ประตูนำ 3-0 โดย แฟร์นันดินโญ่ เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งขวาเข้ามา และเป็น ดาบิด ซิลบา วิ่งเข้าชาร์จ แต่บอลหลุดออกกรอบไป

หนึ่งนาทีต่อมา เจ้าถิ่นเกือบได้เฮอีก จากจังหวะสวนกลับเร็ว โดย เดอ บรอยน์ สับไกด้วยเท้าซ้ายแต่บอลไปชนคานอย่างน่าเสียดาย

ผ่านมาครึ่งทางของครึ่งแรก แมนฯ ซิตี้ ยังนำ นาโปลี อยู่ 2-0 โดยพวกเขาครองเกมเหนือกว่าชัดเจน ในขณะที่ฝั่งทีมเยือน ยังไม่มีโอกาสยิงเลย

FBL-EUR-C1-MAN CITY-NAPOLI
กูลิบาลี่ ช่วยให้ นาโปลี ไม่เสียประตูที่ 3 [Getty]

นาทีที่ 27 เศษ ๆ เรือใบสีฟ้า เกือบได้ประตูออกนำ 3-0 อีกครั้ง โดย เชซุส ตะหวัดยิงด้วยขวาในกรอบเขตโทษเพียงไม่กี่หลา แต่ กาลิดู กูลิบาลี่ ปราการหลัง นาโปลี สกัดบอลจากริมเส้นได้อย่างเหลือเชื่อ

FBL-EUR-C1-MAN CITY-NAPOLI
เมอร์เทนส์ สังหารจุดโทษไม่เข้า [Getty]

นาทีที่ 38 เจ้าถิ่นเสียจุดโทษ เมื่อ ไคล์ วอล์คเกอร์ ไปทำฟาวล์ ราอูล อัลบิโอล กองหลังทีมอัซซูร่า แต่ ดรีส เมอร์เทนส์ กองหน้า นาโปลี ยิงไปติดเซฟ เอแดร์สัน นายด่าน แมนฯ ซิตี้

นาทีถัดมา เมอร์เทนส์ เจ้าเก่าได้ลองสับไกนอกกรอบเขตโทษ แต่ไปตรงตัวของ เอแดร์สัน

หมดครึ่งแรก แมนฯ ซิตี้ นำ นาโปลี 2-0

เริ่มครึ่งหลัง นาทีที่ 57 ทีมเยือน นาโปลี โชคร้าย เมื่อ ลอเรนโซ่ อินซินเย่ กองหน้าตัวจี๊ดได้รับบาดเจ็บ โดย อัลลัน ผู้เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ ลงมาแทน

นาทีที่ 64 ซิตี้ เกือบเสียประตูตีไข่แตก เมื่อ นาโปลี ตัดบอลได้นอกกรอบเขตโทษ บอลมาเข้าทาง ดรีส เมอร์เทนส์ ก่อนที่จะจ่ายให้กับ มาเร็ค ฮัมซิค แปจ่อ ๆ เพียงไม่กี่หลา แต่ จอห์น สโตนส์ ปราการหลัง แมนฯ ซิตี้ เข้ามาบล็อคเอาไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ

FBL-EUR-C1-MAN CITY-NAPOLI
ดิยาวาร่า ตีไข่แตกให้ นาโปลี ไล่มาเป็น 1-2 [Getty]

นาทีที่ 73 นาโปลี มาได้จุดโทษหนที่สองในเกมนี้ เมื่อ แฟร์นันดินโญ่ ไปทำฟาวล์ ฟาอูซี่ กูล็อม ในกรอบเขตโทษ คราวนี้เป็น อมาดู ดิยาวาร่า กองกลาง สังหารเข้าไป ทีมเยือนตีไข่แตกไล่มาเป็น 1-2

นาทีที่ 75 กาเบรียล เชซุส ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย แต่ไลน์แมนยกธงให้เป็นลูกล้ำหน้า

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมพยายามที่จะทำประตู แต่ก็ไม่มีทีมไหนยิงเพิ่มได้ จบเกม แมนฯ ซิตี้ เปิดรังเอติฮัด เฉือนชนะ นาโปลี ไป 2-1 ส่งผลให้เรือใบสีฟ้าเก็บ 9 คะแนนเต็ม จาก 3 เกมที่ลงเตะ รั้งอันดับ 1 ของกลุ่ม เอฟ ต่อไป ส่วนทีม อัซซูร่า รั้งอันดับ 3

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม:

Manchester City v SSC Napoli – UEFA Champions League
แมนฯ ซิตี้ [Getty]

แมนฯ ซิตี้: เอแดร์สัน; ฟาเบียน เดลฟ์, นิโคลัส โอตาเมนดี้, จอห์น สโตนส์, ไคล์ วอล์คเกอร์ (โดนใบเหลือง); ดาบิด ซิลบา (ถูกเปลี่ยนออก น.76), แฟร์นันดินโญ่ (โดนใบเหลือง), เควิน เดอ บรอยน์ (โดนใบเหลือง); เลรอย ซาเน่, กาเบรียล เชซุส (ผู้ทำประตู น.13, ถูกเปลี่ยนออก น.87), ราฮีม สเตอร์ลิง (ผู้ทำประตู น.9, ถูกเปลี่ยนออก น.70)

สำรอง: เคลาดิโอ บราโว่, ดานิโล่ (แทน เชซุส น.87), อิลคาย กุนโดกัน (แทน ซิลบา น.76), เซร์คิโอ อเกวโร่, เอเลียควิม ม็องกาล่า, แบร์นาร์โด้ ซิลวา (แทน สเตอร์ลิง น.70), ยาย่า ตูเร่

ผู้จัดการทีม: โจเซป กวาร์ดิโอล่า

Manchester City v SSC Napoli – UEFA Champions League
นาโปลี [Getty]

นาโปลี: โฆเซ่ เรน่า; เอเซอิด ฮีซาย (ถูกเปลี่ยนออก น.70), ราอูล อัลบิโอล, กาลิดู กูลิบาลี่, ฟาอูซี่ กูล็อม; ปิโอเตอร์ ซีลินสกี้, อมาดู ดิยาวาร่า (สังหารจุดโทษ น.73), มาเร็ค ฮัมซิค (ถูกเปลี่ยนออก น.78); โฆเซ่ กาเยฆ่อน, ดรีส เมอร์เทนส์, ลอเรนโซ่ อินซินเย่ (ถูกเปลี่ยนออก น.57)

สำรอง: ลุยจิ เซเป้, อัลลัน (ลงมาแทน อินซินเย่ น.57), จอร์จินโญ่, นิโคล่า มัคซิโมวิช, คริสเตียน มาจโจ้ (ลงมาแทน ฮีซาย น.70), มาร์โก ร็อก, อดัม อูนาส (แทน ฮัมซิค น.78)

ผู้จัดการทีม: เมาริซิโอ ซาร์รี่

ผู้ตัดสิน: อันโตนิโอ มิเกล มาเตอู ลาโฮซ (สเปน)